ค่าสวัสดิการพนักงานหักภาษีได้ไหม HR และบัญชีต้องรู้อะไรบ้าง

ภาพประกอบ HR และบัญชีตรวจเอกสารค่าสวัสดิการพนักงานและภาษี
ภาพประกอบบทความภาษีค่าสวัสดิการพนักงาน

ค่าสวัสดิการพนักงานหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้เมื่อเข้าเงื่อนไขและไม่เป็นรายจ่ายต้องห้าม จึงไม่ใช่การหักได้ทุกรายการเพียงเพราะเรียกว่าเป็นสวัสดิการ ส่วนภาษีเงินได้ของพนักงานและสิทธิเครดิตภาษีซื้อต้องตรวจแยกจากรายจ่ายบริษัท เพื่อให้ HR วางแผน สวัสดิการพนักงาน ร่วมกับฝ่ายบัญชีได้ตรงกับข้อเท็จจริง

ข้อมูลภาษีตรวจวันที่ 26 ตุลาคม 2026: อ้างตัวบทและข้อหารือจากกรมสรรพากรโดยตรง ข้อหารือให้แนวทางตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ต้องเทียบกับระเบียบ ผู้รับเงิน และรายการที่องค์กรจ่ายจริงก่อนใช้

ค่าสวัสดิการที่จัดให้พนักงานเป็นการทั่วไป กับรายจ่ายที่หักไม่ได้

สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล การหักค่าสวัสดิการเป็นการนำรายจ่ายที่เข้าเกณฑ์ไปคำนวณกำไรสุทธิ ไม่ได้ลดภาษีที่ต้องจ่ายลงเท่ากับยอดเงินสวัสดิการโดยตรง กรอบหลักอยู่ที่ มาตรา 65 และมาตรา 65 ตรี ของประมวลรัษฎากร

แยกคำถามภาษี 3 ด้านก่อนอนุมัติงบ
ภาษีเงินได้นิติบุคคลบริษัทนำรายจ่ายนี้ไปคำนวณกำไรสุทธิได้หรือไม่ความเกี่ยวข้องกับกิจการ ระเบียบ และรายจ่ายต้องห้าม
ภาษีเงินได้ของพนักงานพนักงานได้รับเงินหรือประโยชน์ที่ต้องรวมเป็นเงินได้หรือมีข้อยกเว้นหรือไม่ลักษณะประโยชน์และเงื่อนไขยกเว้นเฉพาะรายการ
ภาษีมูลค่าเพิ่มมีภาษีซื้อจริง และมีสิทธินำไปหักจากภาษีขายหรือไม่สถานะ VAT รายการบริการ ใบกำกับภาษี และข้อห้ามภาษีซื้อ

ข้อหารือ กค 0702/2065 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2018 ข้อ 5 วินิจฉัยกรณีสวัสดิการของบริษัทที่มีระเบียบใช้บังคับเป็นการทั่วไปว่า นำเงินที่จ่ายมาเป็นรายจ่ายได้โดยไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แนวทางนี้จึงให้ความสำคัญกับทั้งระเบียบและการจ่ายตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงมีมติอนุมัติงบแล้วถือว่าทุกรายการหักได้

ประเด็นที่ต้องตรวจเพื่อแยกรายจ่ายต้องห้าม
รายจ่ายตามระเบียบสวัสดิการผู้มีสิทธิ วงเงิน รายการ และเงื่อนไขใช้เป็นการทั่วไปข้อหารือ กค 0702/2065 และข้อเท็จจริงของบริษัท
ลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือให้โดยเสน่หาเหตุผลการจ่ายและความเกี่ยวข้องกับกิจการมาตรา 65 ตรี (3) และ (13)
พิสูจน์ผู้รับเงินไม่ได้ผู้รับเงิน รายการที่จ่าย และหลักฐานการรับหรือชำระเงินมาตรา 65 ตรี (18)
ช่วยเหลือเฉพาะรายเกินระเบียบเหตุและส่วนที่จ่ายเกินเกณฑ์เดิม ก่อนสรุปผลทางภาษีเทียบข้อหารือ กค 0706/10504 ตามข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี

กรณีตัวอย่าง: บริษัทหักรายจ่ายไม่ได้ แต่พนักงานอาจได้รับยกเว้น

ข้อหารือ กค 0706/10504 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2005 พิจารณาบริษัทที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลเกินวงเงินในระเบียบให้พนักงานเฉพาะราย กรมสรรพากรวินิจฉัยว่าส่วนเกินเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) ขณะเดียวกัน ค่ารักษาที่พนักงานได้รับเข้าเงื่อนไขยกเว้นภาษีเงินได้ตามข้อกฎหมายที่อ้างในหนังสือฉบับนั้น

HR จึงควรส่งระเบียบฉบับที่ใช้จริงและรายการที่ขออนุมัติให้บัญชีตรวจตั้งแต่ก่อนจ่าย หากเป็นรายการนอกเกณฑ์ ให้ผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีพิจารณาตามข้อเท็จจริง แยกจากการอนุมัติช่วยเหลือในทางบริหาร

สวัสดิการแบบไหนถือเป็นเงินได้ของพนักงาน

เงินได้จากการจ้างแรงงานตาม มาตรา 40 (1) ครอบคลุมทั้งเงินและประโยชน์ที่ได้รับเนื่องจากการจ้าง เช่น เงินค่าเช่าบ้านและประโยชน์อื่นที่กฎหมายระบุ การตั้งชื่อเป็นสวัสดิการจึงไม่ได้ทำให้พ้นจากการพิจารณาเงินได้ หากเข้าเงินได้จากการจ้างและไม่มีข้อยกเว้น นายจ้างต้องพิจารณาการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1)

ค่ารักษาพยาบาลมีข้อยกเว้นเฉพาะ โดย กฎกระทรวงฉบับที่ 126 ข้อ 2 (4) กำหนดเงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนลูกจ้างตามเงื่อนไข ในส่วนการรักษาในประเทศไทยครอบคลุมบุคคลตามที่ระบุไว้ในข้อ 2 (4) (ก) ส่วนการรักษาต่างประเทศมีเงื่อนไขเฉพาะอีกส่วนหนึ่ง ไม่ควรนำคำว่าค่าสุขภาพไปใช้แทนเงื่อนไขค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

แนวทางแยกประโยชน์ของพนักงานก่อนส่ง Payroll
เงินหรือประโยชน์จากการจ้างเริ่มตรวจตามมาตรา 40 (1) แล้วหาข้อยกเว้นที่ตรงรายการถ้ามีลักษณะการจ่าย ระเบียบ และข้อมูลผู้ได้รับประโยชน์
ค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนตรวจข้อ 2 (4) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 126 ให้ครบรายการรักษา หลักฐานค่าใช้จ่าย ผู้ได้รับการรักษา และหลักฐานนายจ้างจ่าย
เงินเหมาจ่ายหรือเครดิตใช้ได้หลายหมวดไม่ถือว่าได้รับยกเว้นค่ารักษาพยาบาลทั้งก้อนเพียงเพราะตั้งชื่อเป็นงบสุขภาพแยกการใช้จริงตามหมวด แล้วให้บัญชีวินิจฉัยผลของแต่ละรายการ

เมื่อออกแบบ Flexible Benefit หรือสวัสดิการแบบยืดหยุ่น ควรแยกหมวดและหลักฐานตั้งแต่ต้น เพื่อให้บัญชีตรวจได้ว่าแต่ละคำขอเป็นค่ารักษาจริงหรือประโยชน์ประเภทอื่น สำหรับทันตกรรม ให้ยืนยันลักษณะบริการและเงื่อนไขยกเว้นกับผู้ตรวจภาษี ไม่เหมารวมว่าการทำฟันทุกประเภทหรือเงินเหมาจ่ายทุกก้อนให้ผลเดียวกัน

ภาษีซื้อของค่าสวัสดิการ

ภาษีซื้อเป็นการพิจารณาในระบบ VAT แยกจากการหักรายจ่ายบริษัท สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียน ต้องตรวจรายการตาม มาตรา 82/3 และมาตรา 82/5 ซึ่งมีข้อห้าม เช่น ไม่มีใบกำกับภาษีหรือใบกำกับมีสาระสำคัญไม่ครบ ภาษีซื้อไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการ ภาษีซื้อจากการรับรอง และใบกำกับที่ผู้ไม่มีสิทธิออกเป็นผู้ออก

ตรวจภาษีซื้อทีละขั้นก่อนบันทึกในทะเบียน VAT
รายการนั้นมี VAT หรือไม่ดูประเภทสินค้า/บริการและสิทธิของผู้ออกเอกสารรายการยกเว้น VAT ไม่มีภาษีจากรายการนั้นให้ขอเครดิต
บริษัทมีสถานะและสิทธิใช้ภาษีซื้อหรือไม่สถานะจดทะเบียน VAT และความเกี่ยวข้องกับกิจการมีใบเสร็จไม่ได้หมายความว่ามีสิทธิเครดิตภาษีซื้อเสมอไป
ใบกำกับภาษีและข้อห้ามครบหรือไม่สาระสำคัญของใบกำกับและภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5อย่าสรุปสิทธิจากการมีชื่อบริษัทบนเอกสารเพียงอย่างเดียว

ค่ารักษาที่ได้รับยกเว้น VAT ต้องแยกจากค่าบริการอื่น

มาตรา 81 (1) (ญ) ยกเว้น VAT สำหรับบริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และข้อหารือ กค 0702/2994 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2014 อธิบายการใช้เกณฑ์นี้กับข้อเท็จจริงของผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล รวมถึงการไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีสำหรับรายได้ที่ได้รับยกเว้นในกรณีนั้น

ดังนั้น ถ้าค่ารักษาเข้าเกณฑ์ยกเว้น VAT ย่อมไม่มีภาษีซื้อจากค่ารักษารายการนั้นให้เครดิต ส่วนค่าออกหน่วย ค่าจัดการ หรือบริการอื่นต้องตรวจเนื้อหาสัญญาและสถานะผู้ให้บริการแยกกัน ไม่ถือว่าทุกยอดในใบเสนอราคาทันตกรรมยกเว้นหรือเสีย VAT เหมือนกัน และไม่อนุมานสถานะภาษีของ Tooth Taxi จากชื่อบริการเพียงอย่างเดียว

เอกสารที่ควรเก็บ: ใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี และรายชื่อผู้รับบริการ

HR และบัญชีควรจัดแฟ้มเอกสารให้เชื่อมกันได้ตั้งแต่สิทธิที่อนุมัติไปจนถึงผู้รับเงิน โดยแยกเอกสารเสนอราคา เอกสารรับบริการ และเอกสารจ่ายเงินจริง ตารางต่อไปนี้เป็นเช็กลิสต์ทำงาน ไม่ใช่รายการเอกสารตายตัวที่ใช้แทนเงื่อนไขภาษีทุกกรณี

เช็กลิสต์เอกสารสวัสดิการสำหรับส่งบัญชี
ระเบียบสวัสดิการและการอนุมัติผู้มีสิทธิ วงเงิน รายการ เงื่อนไข และฉบับที่ใช้ในวันที่เกิดรายการรายจ่ายอยู่ภายในเกณฑ์ที่ประกาศหรือเป็นกรณียกเว้น
ใบเสนอราคาและข้อตกลงชื่อผู้ให้บริการ ขอบเขตงาน ราคา และการแยกรายการค่ารักษากับค่าใช้จ่ายอื่นผู้ที่เรียกเก็บเงินและลักษณะรายการก่อนอนุมัติงบ
ใบเสร็จและหลักฐานชำระเงินผู้รับเงิน วัน รายการ ยอด และหลักฐานจ่ายที่ตรวจสอบกันได้พิสูจน์ผู้รับเงินและยอดที่องค์กรจ่าย
ใบกำกับภาษีเมื่อมีรายการที่ต้องเสีย VATรายการครบตามกฎหมายและผู้ออกมีสิทธิออกใบกำกับแยกส่วน VAT ที่มีสิทธินำไปคำนวณออกจากส่วนที่ไม่มีสิทธิ
รายชื่อหรือทะเบียนผู้รับบริการข้อมูลที่เชื่อมผู้มีสิทธิกับวันบริการและยอดสนับสนุนเท่าที่จำเป็นยืนยันการใช้สวัสดิการ แยกจากข้อมูลผู้รับเงินในหลักฐานชำระ
ทะเบียนสรุปส่งบัญชียอดค่ารักษา ค่าใช้จ่ายอื่น ผู้จ่ายแต่ละส่วน VAT และผลตรวจของผู้รับผิดชอบยอดที่ใช้บันทึกบัญชี การปรับปรุงภาษี และข้อมูลส่ง Payroll

กรณีใบกำกับภาษี ให้ตรวจสาระสำคัญตาม มาตรา 86/4 และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลผู้ออก ผู้ซื้อหรือผู้รับบริการ รายการ มูลค่า และจำนวน VAT แยกชัด กรณีบริษัทซื้อบริการเองกับกรณีพนักงานสำรองจ่ายแล้วเบิกคืนควรตกลงรูปแบบเอกสารกับบัญชีก่อน ไม่เปลี่ยนชื่อผู้รับบริการหรือยอดในหลักฐานเพื่อให้ตรงรูปแบบที่ต้องการ

มาตรา 65 ตรี (18) มุ่งเรื่องพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้รับเงิน รายชื่อพนักงานที่มาทำฟันจึงไม่ใช้แทนใบรับเงินหรือหลักฐานของผู้ให้บริการ รายชื่อช่วยประกอบการตรวจการใช้สวัสดิการ ส่วนข้อมูลการรักษาที่ต้องใช้พิจารณาให้ส่งผ่านผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะ แยกจากรายงานกิจกรรมภาพรวม

ค่าสวัสดิการพนักงานบันทึกบัญชีแล้ว ต้องตรวจภาษีต่ออย่างไร

ให้บัญชีจัดตารางเทียบยอดที่บันทึกกับรายจ่ายที่เข้าเกณฑ์ทางภาษี และระบุรายการที่ต้องปรับปรุงโดยอ้างเหตุผล กรอบตามมาตรา 65 และมาตรา 65 ตรีเป็นเงื่อนไขคำนวณกำไรสุทธิ การมีรายการในบัญชีหรือมีใบเสร็จจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายว่าหักรายจ่ายได้ทั้งหมด

ตัวอย่างกรณีจัดทำฟันที่ทำงาน

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการจัดเอกสารสมมติสำหรับ สวัสดิการทำฟันพนักงานด้วยประกันสังคม ไม่ใช่ราคา Tooth Taxi หรือคำยืนยันผลภาษีของบริการจริง สมมติค่ารักษารวม 12,000 บาท มีหลักฐานว่าสิทธิอื่นชำระ 8,000 บาท และบริษัทสนับสนุนส่วนที่เหลือ 4,000 บาท พร้อมค่าจัดบริการตามสัญญาอีก 3,000 บาท

ตัวอย่างแยกผู้จ่ายก่อนตรวจภาษี: หน่วยเป็นบาท
ค่ารักษาทั้งหมด12,000รายการรักษา ผู้รับบริการ และหลักฐานแบ่งผู้จ่าย
ส่วนที่สิทธิอื่นชำระ8,000เก็บเป็นข้อมูลกระทบยอด ไม่รวมเป็นยอดบริษัทจ่ายตามสมมติฐานนี้
ส่วนค่ารักษาที่บริษัทสนับสนุน4,000ระเบียบสวัสดิการ รายจ่ายต้องห้าม และเงื่อนไขค่ารักษาของพนักงาน
ค่าจัดบริการที่บริษัทจ่าย3,000ลักษณะงาน ผู้รับเงิน และสถานะ VAT ตามสัญญาแยกจากค่ารักษา
ยอดบริษัทจ่ายตามตัวอย่าง7,000ยังไม่ใช่ยอดรายจ่ายภาษีที่ได้รับรอง และยังไม่สรุปว่ามีภาษีซื้อ

บัญชีควรตรวจ 4,000 บาทส่วนค่ารักษาว่าอยู่ในระเบียบและเข้าเกณฑ์รายจ่ายหรือไม่ พร้อมตรวจว่าพนักงานเข้าเงื่อนไขยกเว้นค่ารักษาพยาบาลหรือไม่ ส่วน 3,000 บาทค่าจัดบริการต้องอ่านขอบเขตงานจริง ไม่รวมเป็นค่ารักษาพยาบาลของพนักงานโดยอัตโนมัติ หากมี VAT ให้ตรวจสิทธิของผู้ขายและบริษัทก่อนนำไปคำนวณ

ข้อความที่ HR คัดลอกไปขอเอกสารได้

“ขอใบเสนอราคาและเอกสารเรียกเก็บที่แยกรายการค่ารักษา ค่าจัดบริการ และค่าใช้จ่ายอื่น พร้อมชื่อผู้รับเงินและเงื่อนไข VAT ของแต่ละส่วน ขอหลักฐานยอดที่ใช้สิทธิอื่นและยอดบริษัทรับผิดชอบ เพื่อให้ฝ่ายบัญชีกับผู้ตรวจภาษีพิจารณาก่อนอนุมัติการจ่ายและประกาศพนักงาน”

ก่อนยืนยันวันบริการ ให้ฝ่ายบัญชีกับผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีตรวจรายการนอกระเบียบ เงินได้พนักงาน VAT และรูปแบบเอกสารตามสัญญาจริง HR จึงค่อยประกาศยอดสนับสนุนและส่วนที่พนักงานจ่ายเองได้โดยอิงข้อมูลเดียวกัน

จัดสิทธิและเอกสารให้ชัด ก่อนยืนยันงบสวัสดิการ

HR ควรตกลงผู้มีสิทธิ รายการ และวงเงินกับฝ่ายบัญชีก่อนเลือกบริการ แล้วจัดหลักฐานให้เห็นว่าใครจ่ายส่วนใด ผลภาษีบริษัท พนักงาน และ VAT ต้องได้รับการพิจารณาแยกกัน หากองค์กรสนใจวันทำฟันที่ทำงาน Tooth Taxi ให้บริการทันตกรรมถึงองค์กรตามรอบและเงื่อนไขพื้นที่ ควรขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายและเอกสารให้ผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีตรวจจากข้อเท็จจริงก่อนประกาศนโยบายหรือยืนยันยอดสนับสนุนพนักงาน

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ได้สรุปว่าหักได้ทั้งหมด ต้องตรวจเงื่อนไขรายจ่ายและข้อห้ามตามมาตรา 65 ตรี รวมถึงระเบียบและหลักฐานขององค์กร การหักเป็นรายจ่ายคำนวณกำไรสุทธิแยกจากการนำยอดไปหักภาษีที่ต้องชำระโดยตรง

ระเบียบที่ใช้เป็นการทั่วไปเป็นประเด็นสำคัญตามข้อหารือ กค 0702/2065 แต่ยังต้องเทียบรายการที่จ่ายจริง ผู้มีสิทธิ และรายจ่ายต้องห้าม ไม่รับรองทุกรายการจากการมีระเบียบเพียงอย่างเดียว

ค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนอาจได้รับยกเว้นเมื่อครบเงื่อนไขกฎกระทรวงฉบับที่ 126 ข้อ 2 (4) ต้องตรวจลักษณะการรักษา ผู้รับประโยชน์ และเงื่อนไขสถานที่รักษา ไม่เหมารวมเงินสุขภาพทุกแบบ

ไม่ควรถือว่าทั้งก้อนได้รับยกเว้นเพียงเพราะใช้ชื่อสวัสดิการ ต้องแยกหมวดที่ใช้จริง เงินหรือประโยชน์จากการจ้างพิจารณาตามมาตรา 40 (1) แล้วตรวจข้อยกเว้นที่ตรงกับแต่ละรายการ

ต้องตรวจแยกกัน ข้อหารือ กค 0706/10504 มีกรณีส่วนเกินระเบียบเป็นรายจ่ายต้องห้ามของบริษัท แต่ค่ารักษาที่ลูกจ้างได้รับเข้าเงื่อนไขยกเว้นเงินได้ตามหนังสือนั้น ไม่ใช้ผลภาษีด้านหนึ่งสรุปอีกด้านโดยอัตโนมัติ

ใบเสร็จไม่ได้แสดงว่ามีสิทธิเครดิต VAT เสมอไป ถ้าเป็นค่ารักษาที่เข้าเกณฑ์ยกเว้น VAT จะไม่มีภาษีซื้อจากรายการนั้น ส่วนบริการอื่นที่มี VAT ต้องตรวจใบกำกับและเงื่อนไขมาตรา 82/5 แยกกัน

ต้องตรวจผู้ให้บริการและเนื้อหาสัญญาจริง ไม่ถือว่าค่าจัดบริการทุกประเภทเป็นค่ารักษาที่ได้รับยกเว้น หรือเป็นบริการเสีย VAT ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ให้บัญชีพิจารณารายการและเอกสารก่อนใช้สิทธิ

ส่งระเบียบ ผู้มีสิทธิ วงเงิน ใบเสนอราคาที่แยกรายการ หลักฐานผู้รับเงิน และวิธีแบ่งยอดระหว่างสิทธิกับบริษัท พร้อมให้ผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีตรวจผลด้านบริษัท พนักงาน และ VAT ก่อนประกาศ

แหล่งอ้างอิง

  1. กรมสรรพากร: ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 และ 65 ตรีฐานกำไรสุทธิและรายจ่ายต้องห้าม โดยเฉพาะ (3), (13), (18)rd.go.th ↗
  2. กรมสรรพากร: ข้อหารือ กค 0702/2065 วันที่ 9 มีนาคม 2018ข้อ 5: ระเบียบสวัสดิการที่ใช้เป็นการทั่วไป และผลทางภาษีบริษัทตามข้อเท็จจริงrd.go.th ↗
  3. กรมสรรพากร: ข้อหารือ กค 0706/10504 วันที่ 16 ธันวาคม 2005ค่ารักษาที่บริษัทจ่ายเกินระเบียบ กับผลภาษีของบริษัทและลูกจ้างที่ต้องแยกกันrd.go.th ↗
  4. กรมสรรพากร: ประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (1) และ 50 (1)เงินได้จากการจ้างแรงงานและการพิจารณาหักภาษี ณ ที่จ่ายrd.go.th ↗
  5. กรมสรรพากร: กฎกระทรวงฉบับที่ 126 ข้อ 2 (4)เงื่อนไขยกเว้นเงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนrd.go.th ↗
  6. กรมสรรพากร: ประมวลรัษฎากร มาตรา 81, 82/3 และ 82/5บริการรักษาของสถานพยาบาลและเกณฑ์ภาษีซื้อที่ใช้หรือห้ามใช้rd.go.th ↗
  7. กรมสรรพากร: ข้อหารือ กค 0702/2994 วันที่ 15 พฤษภาคม 2014การยกเว้น VAT ของสถานพยาบาลตามข้อเท็จจริงและการไม่มีสิทธิออกใบกำกับสำหรับรายได้ยกเว้นrd.go.th ↗
  8. กรมสรรพากร: ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/4สาระสำคัญของใบกำกับภาษีและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องrd.go.th ↗
ขอรายละเอียดวันทำฟันสำหรับองค์กร

แจ้งพื้นที่ จำนวนพนักงาน และช่วงวันที่สะดวก เพื่อให้ Tooth Taxi ตรวจรอบบริการ พร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่ายและเอกสารสำหรับส่งฝ่ายบัญชีพิจารณาก่อนยืนยัน

สอบถามบริการสำหรับองค์กร

ผู้เขียนบทความ

พงศกร คล้ายบุญมี ผู้เขียนบทความ Tooth Taxi

พงศกร คล้ายบุญมี

Copywriter, Tooth Taxi

สอบถาม Tooth Taxi