ตรวจสุขภาพประจำปีพนักงาน ตรวจอะไรบ้าง และควรมีตรวจฟันไหม

ตรวจสุขภาพประจำปีพนักงานควรเริ่มจากซักประวัติ ตรวจร่างกาย วัดความดัน น้ำหนัก และประเมินความเสี่ยง แล้วเลือกรายการตรวจเพิ่มเติมตามอายุ สุขภาพ และลักษณะงาน โดยไม่จำเป็นต้องตรวจเลือดทุกรายการทุกปีเหมือนกันทุกคน ควรมีการตรวจช่องปากและฟันในแผนดูแลสุขภาพด้วย และตรวจสอบก่อนว่าแพ็กเกจที่เลือกมีรายการนี้หรือไม่ เพื่อวางสวัสดิการพนักงานให้ครอบคลุมทั้งการตรวจ การแจ้งผล และการดูแลต่อเนื่อง
ตรวจสุขภาพประจำปีพนักงานตรวจอะไรบ้าง แยกตามอายุและลักษณะงาน
HR ควรขอให้แพทย์ช่วยออกแบบรายการจากข้อมูลกลุ่มพนักงาน แทนการเลือกจากจำนวนรายการในแพ็กเกจเพียงอย่างเดียว แนวทางการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน ฉบับปรับปรุง 2022 ของกรมการแพทย์ แยกการซักประวัติและตรวจร่างกายประจำปีออกจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มีช่วงห่างต่างกัน ตารางต่อไปนี้ยกเฉพาะบางรายการสำหรับวัยทำงานอายุ 19 ถึง 60 ปี ไม่ใช่รายการตรวจครบทุกโรค
| อายุ 19 ถึง 60 ปี | ซักประวัติ ตรวจร่างกาย วัดความดัน น้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย รอบเอว และตรวจช่องปากและฟันโดยทันตแพทย์หรือทันตาภิบาล | ปีละครั้งตามตาราง 2.1 โดยปรับตามผลประเมินรายบุคคล |
|---|---|---|
| CBC: ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด | คัดกรองภาวะโลหิตจางในช่วงอายุ 19 ถึง 60 ปี | แนวทางระบุตรวจ 1 ครั้งในช่วงอายุนี้ ไม่ใช่กำหนดให้ทุกคนตรวจซ้ำทุกปี |
| อายุ 20 ปีขึ้นไปในกลุ่มวัยทำงาน | ตรวจคอเลสเตอรอลรวมและ HDL ตามตาราง 2.2 | ทุก 5 ปีสำหรับการคัดกรองตามแนวทาง ผู้มีความเสี่ยงหรือโรคประจำตัวให้แพทย์กำหนดใหม่ |
| อายุ 35 ปีขึ้นไปในกลุ่มวัยทำงาน | ตรวจน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร หรือ FPG | ทุก 3 ปีสำหรับการคัดกรองตามแนวทาง ไม่ใช่รอบติดตามผู้ป่วยเบาหวาน |
| อายุ 40 ถึง 60 ปี | ตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์ | ทุก 2 ปีตามตาราง 2.1; อาการผิดปกติหรือความเสี่ยงเฉพาะควรรับการประเมินต่างหาก |
รายการข้างต้นไม่ครอบคลุมการคัดกรองมะเร็งหรือการประเมินทั้งหมด ให้แพทย์พิจารณาเพศ ประวัติครอบครัว ผลตรวจเดิม และปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย สำหรับพนักงานอายุมากกว่า 60 ปี ควรจัดแผนผู้สูงอายุแยก ไม่ใช้ตารางวัยทำงานนี้ต่อโดยอัตโนมัติ ผู้ที่มีอาการหรือโรคประจำตัวควรเข้ารับการตรวจตามข้อบ่งชี้และนัดรักษา ไม่รอวันตรวจประจำปี
ลักษณะงานเป็นอีกแกนหนึ่งของรายการตรวจ
ให้ HR และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยรวบรวมงานที่สัมผัสเสียง ฝุ่น สารเคมี หรือปัจจัยเสี่ยงอื่น ส่งให้แพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์ประเมินว่าต้องตรวจอะไร การทำงานในสำนักงานกับการทำงานในพื้นที่เสี่ยงอาจต้องใช้รายการต่างกัน แม้อายุเท่ากัน ส่วนประวัติสุขภาพส่วนบุคคลควรให้พนักงานแจ้งผู้ให้บริการทางการแพทย์โดยตรง
ตรวจตามกฎหมายกับตรวจเป็นสวัสดิการ ต่างกันอย่างไร
การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงเป็นหน้าที่เฉพาะตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ปี 2020 ไม่ควรนำไปสรุปว่าพนักงานทุกตำแหน่งต้องตรวจด้วยแพ็กเกจเดียวกัน ส่วนการตรวจสุขภาพทั่วไปที่บริษัทเพิ่มเป็นสวัสดิการควรออกแบบตามความจำเป็นและงบประมาณ
| ตรวจตามปัจจัยเสี่ยง | ลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงตามกฎหมาย | ประเมินปัจจัยเสี่ยง รายการตรวจโดยแพทย์ตามคุณสมบัติที่กฎหมายกำหนด สมุดสุขภาพ การแจ้งผล และการดำเนินการเมื่อพบความผิดปกติ |
|---|---|---|
| ตรวจเป็นสวัสดิการทั่วไป | พนักงานตามนโยบายบริษัท โดยพิจารณาอายุ สุขภาพ และความเสี่ยงรายบุคคล | ขอบเขตแพ็กเกจ ผู้ให้บริการ ค่าใช้จ่าย การรับผล และช่องทางตรวจต่อ |
สำหรับลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ข้อ 3 กำหนดให้ตรวจครั้งแรกให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่รับเข้าทำงาน และครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละครั้ง หากเปลี่ยนงานจนปัจจัยเสี่ยงต่างจากเดิม ต้องตรวจให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่เปลี่ยนงานด้วย กรณีที่ลักษณะงานหรือผลตรวจจำเป็นต้องใช้รอบอื่น ให้จัดตามระยะเวลานั้น
ดังนั้น การตรวจสุขภาพพนักงานใหม่เพื่อเข้ารับงาน กับการตรวจตามปัจจัยเสี่ยงอาจเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ควรใช้ชื่อแพ็กเกจตรวจเริ่มงานเป็นหลักฐานว่าทำตามกฎหมายครบแล้ว HR ควรให้แพทย์และผู้รับผิดชอบความปลอดภัยตรวจขอบเขตงานร่วมกัน
ตรวจฟันรวมอยู่ในแพ็กเกจหรือยัง ทำไมควรเพิ่มเมื่อยังไม่มี
กรมการแพทย์ระบุการตรวจช่องปากและฟันไว้ในตารางตรวจประจำปีของวัยทำงาน แต่ชื่อ “ตรวจสุขภาพประจำปี” ไม่ได้ยืนยันว่าบริการที่บริษัทซื้อมีทันตกรรมอยู่ด้วย HR จึงควรตรวจรายการและถามผู้ให้บริการก่อนลงนาม
| โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ | ตารางเปรียบเทียบโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี 2026 | ไม่พบรายการตรวจช่องปากหรือฟันระบุในตารางที่เผยแพร่ ต้องสอบถามว่ามีบริการเสริมหรือข้อเสนอสำหรับองค์กรหรือไม่ |
|---|---|---|
| โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล | โบรชัวร์ Simple Package 1, Simple Package และ Advance Package ที่ใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 | ไม่พบรายการตรวจช่องปากหรือฟันระบุในโบรชัวร์ดังกล่าว ต้องยืนยันบริการเพิ่มเติมกับโรงพยาบาล |
สองตัวอย่างนี้ใช้ยืนยันว่าต้องอ่านรายการจริงเท่านั้น ไม่เพียงพอจะสรุปว่าแพ็กเกจส่วนใหญ่ในตลาดไม่รวมตรวจฟัน และไม่ได้หมายความว่าโรงพยาบาลไม่มีบริการทันตกรรม ตัวอย่างแพ็กเกจยังไม่ใช่เกณฑ์เลือกการตรวจตามอายุ ซึ่งบทความนี้อ้างจากกรมการแพทย์แยกต่างหาก
ระบุให้ชัดว่าเพิ่ม “ตรวจ” หรือเพิ่ม “รักษา”
- ตรวจช่องปาก: ขอรายละเอียดผู้ตรวจ รายการตรวจ การอธิบายผล และช่องทางส่งต่อ
- รักษาทางทันตกรรม: ขูดหินปูน อุดฟัน หรือบริการอื่นต้องประเมินและยินยอมก่อน ไม่ถือว่ารวมอยู่เพียงเพราะมีตรวจฟัน
- ค่าใช้จ่าย: แยกค่าตรวจ ค่ารักษา และสิทธิที่ใช้ได้ แจ้งส่วนที่พนักงานหรือบริษัทต้องจ่ายก่อนรับบริการ
หากจะใช้สิทธิประกันสังคมกับบริการทันตกรรมที่เข้าร่วม ต้องตรวจสถานะสิทธิและยอดคงเหลือก่อน ข้อความประกาศควรใช้ “ไม่ต้องสำรองจ่ายภายในวงเงิน” พร้อมแจ้งว่าส่วนเกินวงเงินผู้ประกันตนจ่ายเอง ไม่รับรองว่าการตรวจหรือบริการทุกรายการใช้สิทธิได้
ตรวจที่โรงพยาบาลกับหน่วยตรวจนอกสถานที่
| ตรวจที่โรงพยาบาล | ให้ผู้ให้บริการยืนยันเครื่องมือ แพทย์เฉพาะทาง และขั้นตอนตรวจต่อที่มีในวันนัด | วันนัดหลายรอบ การเดินทาง เวลางาน และทางเลือกสำหรับผู้พลาดนัด |
|---|---|---|
| หน่วยตรวจสุขภาพนอกสถานที่ | ให้ผู้ให้บริการยืนยันว่ารายการใดทำที่บริษัทได้ รายการใดต้องไปโรงพยาบาล รวมถึงมาตรฐานพื้นที่และการจัดการสิ่งส่งตรวจ | พื้นที่ลงทะเบียน จุดตรวจ ความเป็นส่วนตัว ระบบคิว ผู้ประสานงาน และแผนติดตามผล |
| หน่วยทันตกรรมที่ทำงาน | แยกขอบเขตบริการทันตกรรมจากการตรวจเลือดหรือการตรวจร่างกายทั่วไป | พื้นที่ตามที่ทีมทันตกรรมประเมิน รายชื่อผู้สนใจ การตรวจสิทธิ และคิวที่ไม่ชนกับจุดตรวจอื่น |
Tooth Taxi ให้บริการทันตกรรมถึงที่ทำงาน การประสานร่วมวันกับทีมตรวจสุขภาพต้องตกลงแยกตามผู้ให้บริการแต่ละราย ไม่ควรเข้าใจว่า Tooth Taxi เป็นผู้ตรวจเลือดหรือจัดตรวจสุขภาพทั่วไปทั้งหมด ดูเงื่อนไขและลำดับประสานงานได้ที่ ขั้นตอนใช้บริการ Tooth Taxi สำหรับองค์กร
วางแผนวันตรวจไม่ให้กระทบงาน
เริ่มจากรายการที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม แล้วให้ผู้ให้บริการเสนอจำนวนรับตรวจต่อช่วงเวลาจากกำลังคนและจุดตรวจจริง การตรวจสุขภาพพนักงานแบบเคลื่อนที่ไม่ควรใช้จำนวนคนต่อวันของงานทันตกรรมแทนกำลังรับของทีมตรวจสุขภาพ หรือรับประกันเวลาต่อคนเท่ากันทุกกรณี
- ก่อนขอราคา: สรุปจำนวนคน ช่วงอายุ แผนก กะงาน ปัจจัยเสี่ยง และรายการที่ต้องการให้ประเมิน โดยส่งประวัติรายบุคคลให้บุคลากรทางการแพทย์ผ่านช่องทางที่ตกลง
- ก่อนเปิดลงทะเบียน: ยืนยันรายการตรวจ ราคาที่รวมและไม่รวม พื้นที่ กำลังรับคิว ช่องทางรับผล และการตรวจต่อเมื่อผิดปกติ
- ก่อนวันตรวจ: แบ่งคิวตามแผนกและกะ เผื่อคนทดแทนงาน และส่งคำแนะนำเตรียมตัวจากผู้ให้บริการตรงตามรายการตรวจ
- วันรับบริการ: มีผู้ประสานงานกลางแยกจากจุดซักประวัติ ตรวจนับจำนวนผู้มารับบริการ และจัดคิวทันตกรรมไม่ให้ชนกับนัดตรวจอื่น
- หลังวันตรวจ: ให้พนักงานรับผลและคำอธิบายเป็นรายบุคคล HR ใช้ข้อมูลภาพรวมเพื่อปรับสวัสดิการ พร้อมติดตามการส่งต่อผ่านผู้รับผิดชอบที่กำหนด
คำแนะนำเรื่องอดอาหาร น้ำดื่ม และยาประจำตัวต้องมาจากผู้ให้บริการตามรายการตรวจของแต่ละคน ไม่ส่งประกาศให้งดอาหารหรือหยุดยารูปแบบเดียวทั้งบริษัท ส่วนการเตรียมวันทำฟันดูรายการประกอบในเช็กลิสต์ HR จัดวันทำฟันในบริษัท
ข้อความขอข้อเสนอที่ HR คัดลอกไปปรับได้
“บริษัทต้องการจัดตรวจสุขภาพให้พนักงาน [จำนวน] คน ช่วงอายุ [ช่วงอายุ] ทำงาน [ลักษณะงาน/กะ] และมีปัจจัยเสี่ยง [รายการที่ประเมินไว้] ขอให้แพทย์เสนอรายการที่เหมาะสม แยกการตรวจตามปัจจัยเสี่ยงกับสวัสดิการทั่วไป ระบุว่ารวมตรวจช่องปากและฟันหรือไม่ พร้อมราคาที่รวมและไม่รวม กำลังรับต่อช่วงเวลา ข้อกำหนดพื้นที่ คำแนะนำเตรียมตัว และวิธีแจ้งผล/ส่งต่อ กรุณาระบุรายการที่ต้องไปตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลด้วย”
จัดแผนตรวจให้ครบตั้งแต่รายการจนถึงการดูแลต่อ
แผนตรวจสุขภาพที่ใช้ได้จริงเริ่มจากรายการที่เหมาะกับพนักงาน แยกงานตามกฎหมายออกจากสวัสดิการเสริม และกำหนดว่าใครจะอธิบายผลกับติดตามการรักษาต่อ HR ควรตรวจรายการทันตกรรมในข้อเสนอด้วย หากยังไม่มี สามารถประสาน Tooth Taxi เพื่อวางแผนบริการทันตกรรมถึงที่ทำงานแยกจากทีมตรวจสุขภาพทั่วไป โดยยืนยันพื้นที่ รอบบริการ จำนวนผู้สนใจ และค่าใช้จ่ายก่อนเปิดลงทะเบียน การจัดคิวและสื่อสารเงื่อนไขให้ชัดช่วยให้พนักงานเตรียมตัวและเลือกใช้บริการได้ตรงความต้องการ
คำถามที่พบบ่อย
ไม่จำเป็น ควรให้แพทย์พิจารณาอายุ ปัจจัยเสี่ยง ประวัติสุขภาพ และผลตรวจเดิม รายการคัดกรองบางอย่างมีช่วงห่างหลายปี ส่วนผู้มีโรคประจำตัวใช้รอบติดตามตามแผนรักษา
ต้องประเมินลักษณะงานและปัจจัยเสี่ยงก่อน กฎกระทรวงปี 2020 ใช้กับลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ไม่ควรเหมารวมจากการเป็นพนักงานสำนักงานหรือใช้แพ็กเกจเดียวแทนการประเมิน
สำหรับลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงตามกฎกระทรวงปี 2020 ต้องตรวจครั้งแรกให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่รับเข้าทำงาน ส่วนการตรวจเริ่มงานกรณีอื่นต้องพิจารณาข้อกำหนดของงานและนโยบายที่เกี่ยวข้องแยกกัน
ต้องตรวจรายการจริงและยืนยันกับผู้ให้บริการ ชื่อแพ็กเกจตรวจสุขภาพประจำปีไม่ได้รับรองว่ามีทันตกรรม และการรวมตรวจช่องปากก็ไม่ได้หมายความว่ารวมค่ารักษาทางทันตกรรมแล้ว
เลือกจากรายการที่ต้องตรวจ จำนวนคน กะงาน พื้นที่ และแผนดูแลต่อ ให้ผู้ให้บริการยืนยันรายการที่ทำได้ ณ บริษัทและรายการที่ต้องไปโรงพยาบาลก่อนเปรียบเทียบราคา
บทความนี้กล่าวถึง Tooth Taxi ในฐานะบริการทันตกรรมถึงที่ทำงาน หากจัดร่วมกับการตรวจสุขภาพทั่วไปต้องประสานผู้ให้บริการตรวจสุขภาพแยก และยืนยันขอบเขตของแต่ละทีม
ให้ส่งคำแนะนำจากผู้ให้บริการตามรายการตรวจของแต่ละคน รวมถึงเรื่องน้ำดื่มและยาประจำตัว ไม่ประกาศให้งดอาหารหรือหยุดยาแบบเดียวกันทั้งบริษัท
กำหนดให้พนักงานได้รับผลและคำอธิบายรายบุคคล ส่วน HR ใช้รายงานภาพรวมที่เหมาะกับการวางแผน พร้อมตกลงผู้รับผิดชอบและช่องทางติดตามผลผิดปกติตั้งแต่ก่อนวันตรวจ
แหล่งอ้างอิง
- กรมการแพทย์แนวทางการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน ฉบับปรับปรุง 2022: ตาราง 2.1 และ 2.2 หน้าเอกสาร 36 ถึง 37 (หน้า PDF 42 ถึง 43) ใช้กำหนดรายการตัวอย่างและช่วงห่างในวัยทำงานwww.dms.go.th ↗
- กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตัวบทกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ปี 2020 ข้อ 3, 6 และ 8 ถึง 9osh.labour.go.th ↗
- โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ตารางแพ็กเกจตรวจสุขภาพประจำปี 2026 ใช้ตรวจว่ามีรายการทันตกรรมระบุหรือไม่ ไม่ใช้เป็นแนวทางการแพทย์www.bangkokhospital.com ↗
- โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดลโบรชัวร์แพ็กเกจที่ใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 ตรวจรายการฉบับเต็มแล้วไม่พบรายการตรวจช่องปากหรือฟันระบุwww.tropmedhospital.com ↗
แจ้งจังหวัด จำนวนผู้สนใจ และช่วงวันที่ต้องการ ให้ Tooth Taxi ประเมินรอบบริการทันตกรรม พื้นที่ และค่าใช้จ่ายสำหรับองค์กรก่อนเปิดลงทะเบียน
ผู้เขียนบทความ